- Advertisement -

นายกฤษณพงศ์ กีรติกร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่หัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ กำลังรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้ได้มากที่สุด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยในส่วนของศธ. ได้รับความสนใจอย่างมากว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. นั้น

ส่วนตัวมองว่า คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ.จะต้องมีความเข้าใจเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนากำลังคน ซึ่งต่อไปไม่ใช่แค่การเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกแล้ว แต่เป็นการศึกษาตั้งแต่ ช่วงอายุ 6 ปีจนถึงกว่า70 ปี

หมายความว่า ต่อไปศธ. จะต้องพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับประชากร กว่า 40 ล้านคนในวัยทำงาน ให้มีคุณภาพและสรรถนะในการประกอบอาชีพ โดยจะต้องเชื่อมโยงกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

นายกฤษณพงศ์ กล่าวต่อว่า เท่าที่ดูแคนดิเดตจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็พอมีบุคลที่เหมาะสม และหลายคนเคยเข้ามาทำงานในศธ. เชื่อว่าจะเข้าใจภาพใหญ่ของปัญหา

ซึ่งมี 2 ส่วนหลักๆ ที่ต้องดำเนินการ คือ เรื่องที่ต้องใช้เวลาแก้ไขในระยะยาว อย่างโครงสร้างศธ. ครู การจัดระบบการเรียนการสอน ขณะเดียวกันยังมีปัญหาเร่งด่วน เฉพาะหน้าที่จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า รัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองจะให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ

นายวิสัย เขตสกุล ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ และเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) กล่าวว่า ส่วนตัวอยากได้คนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์และความรู้ด้านการศึกษาอย่างลึกซึ้งมาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. ไม่ใช่เอานักการเมือง หรือใครก็ได้มาเป็นรัฐมนตรี

ที่สำคัญอยากให้เป็นนักการศึกษาอย่างแท้จริง แต่ถ้าจะให้ทหาร หรือหมอมาเป็นอีกคงไม่เอา เพราะ 5 ปี 4 รัฐมนตรีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า การศึกษาไทยยังไร้ทิศทาง มืดมิด

เพราะ บริหารโดยไม่มีความเข้าใจจิตวิญญาณและวิชาชีพความเป็นครู อย่างเช่น รัฐมนตรีที่เป็นหมอ มองการศึกษาเหมือนการซ่อมแซมร่างกาย ไม่มีการเสริมสร้างหรือพัฒนาให้ตรงจุด มุ่งแต่โครงสร้าง ใช้วิธีการกำกับดูแลโดยใช้อำนาจสั่งการเป็นหลัก ทั้งที่ความจริงแล้ว การพัฒนาการศึกษาควรเกิดจากความเข้าใจอย่างลึก รวมถึงจะต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู

ขอบคุณที่มาข่าว มติชน

- Advertisement -