สรุประบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

722
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การส่งเสริมพัฒนา การป้องกันและการแก้ไขปัญหาให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ฯลฯ

สวัสดีสมาชิก บ้านของครูทุกท่าน วันนี้เราได้นำความรู้เรื่อง ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มานำเสนอ ถือว่าเป็นความรู้ที่ใช้ในการสอบครูผู้ช่วย ในส่วนของวิชาการศึกษา มีโอกาสออกข้อสอบ เช่นกัน ท่านสามารถศึกษาได้เลย อย่าลืม กดไลด์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจในการนำเสนอข้อมูลต่อๆไปครับ

การดูแลช่วยเหลือนักเรียน คือ ?

การส่งเสริมพัฒนา การป้องกันและการแก้ไขปัญหาให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีลักษณะในการดำรงชีวิต และรอดพ้นจากสภาวะวิกฤติต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย

ระบบการช่วยเหลือดูแลนักเรียน หมายถึง ?

กระบวนการดำเนินงานช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน มีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการดำเนินโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและนอกสถานศึกษา อันได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคน มีวิธีการและเครื่องมือชัดเจน มีมาตรฐานคุณภาพและมีหลักฐานการทางานที่ตรวจสอบได้

กระบวนการและขั้นตอนของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีองค์ประกอบ 5 ประการ คือ ?

1) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
2) การคัดกรองนักเรียน
3) การป้องกันและแก้ไขปัญหา
4) การพัฒนาและส่งเสริมนักเรียน
5) การส่งต่อ

การรู้จักและการคัดกรองนักเรียน

1. กลุ่มปกติ คือ นักเรียนที่ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มปกติ ซึ่งควรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและการส่งเสริมพัฒนา

2. กลุ่มเสี่ยง คือ นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องให้การปูองกันและแก้ไขตามกรณี

3. กลุ่มมีปัญหา คือ นักเรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มมีปัญหาตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องช่วยเหลือและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน

4. กลุ่มพิเศษ คือ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ มีความเป็นอัจฉริยะแสดงออกซึ่งความสามารถอันโดนเด่นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านอย่างเป็นที่ประจักษ์เมื่อเทียบกับผู้มีอายุในระดับเดียวกันภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน ซึ่งโรงเรียนต้องให้การส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพความสามารถพิเศษนั้นจนถึงขั้นสูงสุด

วิธีการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน

การส่งเสริมพัฒนานักเรียนมีหลายวิธีที่โรงเรียนสามารถพิจารณาดาเนินการได้ แต่มีกิจกรรมหลักสาคัญที่โรงเรียนต้องดาเนินการ คือ

1) การจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) หรือกิจกรรมหับเหย้า
2) การจัดประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน (Classroom Metting)
3) การจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการดารงชีวิต กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
4) การพัฒนาความสามารถพิเศษ ถือเป็นการส่งเสริมพัฒนาที่คานึงถึงความสามารถ
พิเศษของเด็กเป็นรายบุคคลในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งครูที่ปรึกษาหรือครูประจาชั้นที่ใกล้ชิดเด็กจะมีข้อมูลจากการคัดกรองและข้อมูลเชิงประจักษ์

การส่งต่อนักเรียนแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1. การส่งต่อภายใน ครูที่ปรึกษาส่งต่อไปยังครูที่สามารถให้การช่วยเหลือนักเรียนได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา เช่น ครูแนะแนว ครูพยาบาล ครูประจำวิชาหรือฝ่ายปกครอง เป็นต้น

2. การส่งต่อภายนอก ครูแนะแนวหรือฝ่ายปกครองเป็นผู้ดำเนินการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก สำหรับการส่งต่อภายใน  หากส่งต่อไปยังครูแนะแนวหรือฝ่ายปกครองจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยากต่อการช่วยเหลือของครูที่ปรึกษา เช่น ปัญหาเกี่ยวกับจิตใจ ความรู้สึก ปัญหาพฤติกรรมที่ซับซ้อนหรือรุนแรง หรือ เป็นปัญหาเฉพาะทางด้านความบกพร่องทางการเรียนรู้ เป็นต้น ครูที่รับต่อต้องมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ และประสานการทำงานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ แต่หากเกิดกรณียากต่อการช่วยเหลืออีก ก็ต้องส่งต่อผู้เชี่ยวชาญภายนอกต่อไป

ติดตามเราได้ที่ เพจ : เตรียมสอบครูผู้ช่วย MR.KRON

เพิ่มเพื่อน